naitos

ประวัติการก่อตั้งกองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

            กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปัจจุบันเป็นหน่วยงานระดับกองบังคับการ ขึ้นตรงต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การจัดรูปองค์กร มีผู้บังคับการยศพลตำรวจตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด รับผิดชอบในการบริหารงาน ก่อนที่จะกล่าวถึงการแบ่งส่วนราชการ ตลอดจนการดำเนินงานของหน่วย สมควรจะได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของกองวิจัยและวางแผน เพื่อจะได้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหน่วยตั้งแต่แรกเริ่มและวิวัฒนาการของหน่วย

        กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่พุทธศักราช 2498 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนในการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และเก็บรวบรวมสถิติทุกประเภท แล้วนำมาวิจัยค้นคว้ามูลเหตุการณ์เกิด เพื่อใช้ในการวางแผน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร โดยมี พล.ต.ต.เยื้อน ประภาวัตร ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหัวหน้ากองวิทยาการ กรมตำรวจ เป็นผู้ริเริ่ม และได้พิจารณาเห็นว่าการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเท่าที่เป็นอยู่ ตกเป็นอำนาจและหน้าที่หลายฝ่าย เช่น กรมตำรวจ กรมการปกครอง กรมอัยการ และอื่น ๆ ต่างฝ่ายต่างก็บริหารงานกันไปตามอำนาจและหน้าที่ของตนซี่งมีอยู่ตามลำพัง ขาดการติดต่อประสานงานซึ่งกันและกันเท่าที่ควร ขาดการเร่งรัดให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทันกับเหตุการณ์ ขาดการประมวลเรื่องราวหรือเก็บสถิติอาชญากรรมไว้เป็นหลักฐาน ทำให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงได้ทำความเห็นเสนออธิบดีกรมตำรวจว่า สมควรที่จะให้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยกลางในการพิจารณาและสั่งการป้องกันและปราบปราอาชญากรรม โดยเรียกว่า “คณะกรรมการวางแผนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม” ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น กองวิจัยและวางแผน โดยใช้อักษรชื่อย่อว่า “ศปอ” ประกอบด้วย ดังนี้

1. รองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปราม          เป็นประธานกรรมการ
2. ผุ้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง              เป็นกรรมการ
3. ผุ้บัญชาการตำรวจภูธร                               เป็นกรรมการ
4. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล                        เป็นกรรมการ
5. รองอธิบดีกรมมหาดไทย ฝ่ายสอบสวน     เป็นกรรมการ
6. ผู้อำนวยการกองคดี กรมอัยการ                 เป็นกรรมการ
7. รองอธิบดีกรมป้องกันสาธารณะภัย             เป็นกรรมการ
8. หัวหน้ากองคดี กรมตำรวจ                          เป็นกรรมการ
9. หัวหน้ากองวิทยาการ กรมตำรวจ               เป็นกรรมการและเลขานุการ

       โดยให้หัวหน้ากองวิทยาการ กรมตำรวจ จัดเจ้าหน้าที่ขึ้นทำหน้าที่รับส่งข่าว ประมวลข่าว เตรียมระเบียบวาระการประชุมพิจารณาสำนวนการสอบสวน ทำสถิติต่าง ๆ ทำงานสารบรรณ และอื่น ๆ เพื่อให้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของคณะกรรมการดำเนินไปด้วยดี ซึ่งขณะนั้นกรมตำรวจได้พิจารณาแล้วเห็นชอบด้วยตามเสนอ จึงได้มีคำสั่งกรมตำรวจให้ทำเรื่องราวเสนอกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอจัดตั้งกรรมการดังกล่าว และเหตุด้วยกรรมการแต่ละท่านอยู่ต่างกรมกองกัน กระทรวงมหาดไทยเห็นชอบด้วย จึงได้มี คำสั่งที่ 466/2498 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2498 โดย พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนามแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

        ภายหลังจากการที่กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว ก็เป็นระยะเวลาพอดีที่มีการยุบเลิกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธร และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทั้งนี้ โดยให้อำนาจผู้บัญชาการทั้ง 3 กองบัญชาการมีอำนาจสั่งราชการในแต่ละหน่วยงานได้เท่ากับอำนาจของอธิบดีกรมตำรวจ เมื่อกรณีเป็นเช่นนี้ พล.ต.ต.เยื้อน ประภาวัตร ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ ศปอ. จึงเสนอกรมตำรวจขอแต่งตั้งเจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการ ตำรวจภูธร นครบาล และสอบสวนกลาง ซึ่งถูกยุบเลิกบางนายมาเป็นเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานของคณะกรรมการดังกล่าว กรมตำรวจก็เห็นชอบด้วย

      คณะกรรมการวางแผนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม หรือ ศปอ. นี้ ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดมา จนเห็นว่าเป็นการถาวรแล้ว พล.ต.ต.เยื้อน ประภาวัตร จึงเห็นเป็นการสมควรที่จะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานในคณะกรรมการดังกล่าวขึ้นพร้อมกับหน่วยงานขึ้นรองรับเป็นการถาวร จึงได้ดำเนินการจัดตั้ง “กองศูนย์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม” หรือเรียกว่า “ศปอ.” ขึ้น ในกรมตำรวจตามพระราชกฤษฏีกา พ.ศ. 2498 โดยแบ่งส่วนราชการของหน่วยงานนี้ ออกเป็น 7 แผนกด้วยกัน คือ

1. แผนกธุรการ
2. แผนกประมวลผล
3. แผนกสถิติส่วนกลาง
4. แผนกสถิติส่วนภูมิภาค
5. แผนกวิจัย
6. แผนกคดี และ
7. แผนกร่างแผนการ