naitos

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 278/2563 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มอบหมายให้ กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบแผนงานการพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล งบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00 น. กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation) ผลักดันนโยบายนวัตกรรมสังคม “โครงการจัดทำต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย” โดยมี ดร.กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ สอวช. เป็นประธาน พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์พิษณุ ภักดีณรงค์ อาจารย์จากคณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ, ว่าที่ พ.ต.ท.ธนธัศ กังรวมบุตร สารวัตรฝ่ายวิชาการ ILEA Bangkok สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ต.ภูริตพัชร์ นันทสิทธิ์อังกูร สว.กลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 วจ.สยศ.ตร., พ.ต.ต.จักรกริช เวียงสมุทร สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ., พ.ต.อ.ชิตพล กาญจนกิจ อจ.(สบ.๕) กลุ่มงานอาจารย์ กองบัญชาการศึกษา, พ.ต.ต.ศิวนัส สุวรพันธ์ สารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบูรณ์, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สภ.เมืองพิจิตร ภ.จว.พิจิตร ภ.6, พ.ต.อ.ดร.สุรชัย สุกใส รองผบก.ภจว.สมุทรสงคราม, พ.ต.ท.เจษฎา บุรินทร์สุชาติ รอง ผกก.สตม.,  พ.ต.ต.เสกสิน สีมาพลกุล สว.สอบสวน สน.บางรัก ร่วมด้วย นายทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา, นายธราธร รัตนนฤมิตรศร รองประธานสถาบันอนาคตไทยศึกษา, นางสาวประกาย ธีระวัฒนากุล กรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา, นางสาวทรรศนวรรณ บุญมาวิจิตร ฝ่ายวิจัย สถาบันอนาคตไทยศึกษา, นายวรดุลย์ ตุลารักษ์ นักวิจัย, นางสาววิภาพร อัศวพิศิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญนโยบาย สอวช. และ นางสาววีฤทัย มณีนุชเนตร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เข้าร่วมการประชุมในวันนี้

 

โดยการประชุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดประชุมครั้งที่ 4 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ซึ่งช่วยกันจัดตั้งโครงการเมืองปลอดภัยขึ้น เนื่องจากจากการสำรวจดัชนีเมืองปลอดภัยที่สุดในโลก พบว่า เมืองโตเกียวนั้นเป็นอันดับที่หนึ่งซึ่งได้ถูกวัดผลว่าเป็นเมืองปลอดภัยที่สุดในโลก ในขณะที่กรุงเทพมหานครอยู่ในอันดับที่ 52 จาก 60 ประเทศที่ทำการวัดผล ซึ่งการวัดผลของ EIU ใน 4 กลุ่มหัวข้อนั้น วัดจากดัชนีหลายแง่มุม ได้แก่ 1) ความปลอดภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน 2) ความปลอดภัยส่วนบุคคล 3) ความปลอดภัยทางสุขภาพ และ   4) ความปลอดภัยทางดิจิทัล ทางคณะทำงานจึงนำ Prototype ในแต่ละหัวข้อ มาทำการออกแบบต้นแบบเมืองปลอดภัยของประเทศไทย โดยใช้เทคนิค Design Thinking ที่จะทำให้เราเห็นประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งเสริมสร้างการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับประชาชน โดยได้มีการออกแบบชาร์ตเป็นประเภทเมืองที่มีขีดความสามารถต่ำ และ เมืองที่มีขีดความสามารถสูง นำไปสู่การออกแบบเมืองได้ทั้ง 4 รูปแบบ ได้แก่            1) เมืองดงโจร 2) เมืองเอไอซิตี้ 3) เมืองที่คนตกท่อ และ 4) เมืองชิลบุรี ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วได้มีการระดมความคิดเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยของเรากำลังเป็นเมืองในรูปแบบใด และในอนาคตเราอยากที่จะเป็นเมืองแบบใด และสำหรับการประชุมในวันนี้จะมีการทำความเข้าใจกับประชาชน ว่าประชาชนในแต่ละกลุ่ม มองว่าเรื่องใดบ้างที่ไม่ปลอดภัยสำหรับเขา จากนั้นในสเต็ปงานถัดไปจะมีการออกไปทำพูดคุยกับประชาชนใน จ.สิงห์บุรี เพื่อทำความเข้าใจประชาชนและได้ข้อมูลในประเด็นปัญหาที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ดร. กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ตนเองรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะโครงการได้เริ่มดำเนินการและมีความคืบหน้าค่อนข้างมาก ในเดือนหน้าคาดว่าจะมีการจัดกิจกรรมที่มีส่วนร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ ร่วมด้วย ตนเองก็ขอชื่นชมและขอบคุณทีมงานทุกท่านที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการทำความร่วมมือระหว่าง สอวช.และ ตร. จะช่วยให้เล็งเห็นปัญหาได้ละเอียดมากขึ้น สำหรับการทำนโยบายของโครงการเมืองปลอดภัย จะมีการใช้เทคนิค Double Diamon เพื่อวางภาพรวมของกระบวนการทำงาน ซึ่งในช่วงแรกจะมีการระบุปัญหา จากนั้นจะหาเครื่องมือสำหรับการช่วยแก้ปัญหา และทำการคัดเลือกประเด็นที่ต้องการเร่งแก้ไข เน้นโฟกัสในประเด็นที่สำคัญ แล้วนำไปทำงานต่อ เมื่อเข้าสู่ระยะที่สองก็จะมีการนำหลักการมาพัฒนาต่อยอด โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนจึงจะเห็นผล

พ.ต.ต.ภูริตพัชร์ นันทสิทธิ์อังกูร สว.กลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 วจ.สยศ.ตร. ระบุว่า จากการที่ตนได้เข้าประชุมการจัดลำดับการประเมินตำรวจ 141 ประเทศทั่วโลก พบว่าประเทศไทยจัดอยู่ในลำดับที่ 105 ในด้านการให้บริการประชาชน ซึ่งหากโครงการต้นแบบเมืองปลอดภัย มีการลงพื้นที่ไปฟังเสียงประชาชนแล้ว ตรงนี้อาจต้องมีการนำเสียงของประชาชนมาช่วยกำหนดนโยบายในภาคของเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความศรัทธาจากประชาชน และเพื่อให้มีการขับเคลื่อนไปสู่มิติสถานีตำรวจแห่งอนาคตที่เราอยากให้เป็น

ด้านนางสาวประกาย ธีระวัฒนากุล กรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางโครงการก็ดำเนินการมาระดับหนึ่งแล้ว การคิดนโยบายที่จะตอบโจทย์กับประชาชน ต้องให้ประชาชนได้เป็นศูนย์กลาง เพื่อผลักดันนโยบายให้ออกมาตรงใจกับประชาชน ฉะนั้นการจะเข้าใจประชาชนได้ ต้องมีทักษะในการฟัง โดยใช้เทคนิคการฟังในระดับที่ฟังอย่างเข้าใจ ฟังโดยไม่ตัดสิน ฟังเสียงของประชาชนให้เหมือนเราได้เข้าไปนั่งในใจของเขา เพื่อค้นหาความเป็นไปได้หรือภาพในอนาคตที่เราอยากช่วยเขาแก้ไขปัญหา

              โดยการทำ Policy Innovation Lab ของโครงการ จะเริ่มดำเนินจากการค้นหาและวินิจฉัยโจทย์ จากนั้นจะทำความเข้าใจประชาชนกลุ่มเป้าหมาย นำไปสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ซึ่งจะกลายมาเป็นต้นแบบนวัตกรรมนโยบาย โดยนโยบายนั้นต้องมีการทดสอบและนำเสนอก่อนจะนำไปสู่การใช้จริง การจัดทำนโยบายดังกล่าว จะต้องเข้าใจประชาชนให้มากขึ้น เพราะพฤติกรรมของคนในยุคนี้ก็เปลี่ยนไปจากเดิม อาทิ สมัยก่อนเราอาจจะเห็นว่าชาวบ้านเวลาต้องมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าบอกให้เขารอ เขาก็จะรอ แต่คนในยุคนี้หากต้องรอ เขาอาจจะรู้สึกไม่พอใจและโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งพฤติกรรมของคนยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราต้องมองประชาชนด้วยการใช้หัวใจจริงๆ และหากในอนาคตมีการจัดทำสถานีตำรวจแห่งอนาคต อาจมีการทดสอบการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เพราะพฤติกรรมคนในกรุงเทพฯ ก็อาจแตกต่างจากคนในต่างจังหวัด ซึ่งต้องมีการวางนโยบายให้ครอบคลุมกับบริบทของประชาชนร่วมด้วย เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของเมืองปลอดภัยในมิติของแต่ละคนนั้นเป็นแบบใด และจุดใดที่ประชาชนยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

จากนั้นในที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันถึงภาพเมืองปลอดภัยในความคิดของแต่ละท่าน โดยส่วนใหญ่เสนอว่าประชาชนต้องไม่รู้สึกเกิดความหวาดกลัวที่จะเดินไปที่เปลี่ยวหรือเดินในตอนกลางคืนเพียงลำพัง รู้สึกมั่นคง และจะต้องมีความปลอดภัยทั้งในแง่ของกายภาพและในแง่เทคโนโลยีควบคู่กัน สอดคล้องกับ นางสาววีฤทัย มณีนุชเนตร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ระบุว่า ตนเองมองว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการเมืองปลอดภัย เป็นเรื่องที่ควรส่งเสริมอย่างยิ่ง ภาครัฐควรมีนโยบายในเชิงป้องกัน ส่งเสริม และปราบปราม ซึ่งประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วมในการดูแลตนเองควบคู่กันไปด้วย

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ชิตพล กาญจนกิจ อจ.(สบ.๕) กลุ่มงานอาจารย์ กองบัญชาการศึกษา ยังให้ความเห็นว่า เมืองปลอดภัยคือ Safe Zone คือพื้นที่ทางกายภาพที่ต้องได้รับความคุ้มครอง ซึ่งในแง่ของชีวิตคน สิทธิของคนและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานควรได้รับการคุ้มครอง ซึ่งไม่ควรจะถูกละเมิดโดยอะไรทั้งสิ้น

จากนั้นที่ประชุมก็ได้ร่วมกันทำเวิร์คช็อป Persona/User Profile ของประชาชน ในประเด็นความปลอดภัยของเมือง โดยจัดกลุ่มและจำลองการลงพื้นที่ไปพูดคุยกับประชาชนด้วยการให้แต่ละท่านคิดถึงกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง จากนั้นเขียน Persona/User Pofile แล้วนำมาร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนที่จะมีการลงพื้นที่จริงในครั้งถัดไป

0 ความคิดเห็น

ส่งความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.