naitos

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 278/2563 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มอบหมายให้ กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบแผนงานการพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล งบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563

                เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 เวลา 13.30 น. กองวิจั ย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ มอบหมายให้ คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จัดประชุมหารือแนวทางการพัฒนาวิธีมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์เขม่าปืน (GSR: Gun Shot Residue) งบประมาณยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของ ตร. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยมอบหมายให้คณะทำงานแผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากลและคณะทำงานโครงการโครงการวิจัยและพัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์ GSR (Gunshot Residue) เพื่อการรองรับมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เข้าร่วมประชุมหารือร่วมกับ ผบก.พฐก.  และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม ศปก.สพฐ.ตร.

        ทั้งนี้ ผบก.พฐก. ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ฉัตรชัย นันทมงคล นวท.(สบ 5) พฐก. เป็นประธาน/ผู้แทน ผบก.พฐก.ในการประชุม., พ.ต.อ.ธนงศักดิ์ บุญมาก  นวท.(สบ 4) กอป.พฐก., พ.ต.อ.นิติพัฒน์ กิตติรักษกุล รอง ผบก.ทว/ผู้อำนวยการแผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล ประจำปีงบประมาณ    พ.ศ. 2563, พ.ต.ท.หญิง พิมพ์อร  บัวจำรัส นวท.(สบ 3) กอป.พฐก., พ.ต.ท.ธิติ มหาเจริญ  ผศ.(สบ 3) กค.นว.รร.นรต./หัวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์ GSR (Gunshot Residue) เพื่อการรองรับมาตรฐาน ISO/IEC 17025, พ.ต.ท.วรรณะ วัชรโยธินกุล สว.ฝ่ายตารวจสากลและประสานงานภูมิภาค 1 ตท./เลขานุการแผนงานพัฒนาระบบตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล คนที่ 1, พ.ต.ต.ภูริตพัชร์ นันทสิทธิ์อังกูร สว.กลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 วจ.สยศ.ตร./เลขานุการแผนงานพัฒนาระบบตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล คนที่2, พ.ต.ต.จักรกริช เวียงสมุทร สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ./คณะผู้ร่วมวิจัยและพัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์ GSR (Gunshot Residue) เพื่อการรองรับมาตรฐาน ISO/IEC 17025, ร.ต.อ.ปริญญา สีลานันท์ อาจารย์ (สบ 1) กค.นว.รร.นรต., ร.ต.อ.ธณัฐ ศรีวิเศษ นวท.(สบ1) กอป.พฐก., ร.ต.อ.หญิงชัชชฎา  รัตนจันทร์ นวท.(สบ1)กอป.พฐก. และ นายวรพจน์ โปร่งมณี ผู้ช่วยนักวิจัยแผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล

           โดยการประชุมหารือดังกล่าวเป็นการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ในโครงการวิจัยและพัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์ GSR (Gunshot Residue) เพื่อการรองรับมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ในระยะที่ 1 โดยมีแผนการดำเนินงานการจัดส่งทีมผู้ช่วยนักวิจัยจากคณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ไปศึกษาเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือการตรวจวิเคราะห์เขม่าดินปืน หรือเครื่องตรวจวิเคราะห์ธาตุ ได้แก่ ตะกั่ว (Pb) ธาตุแบเรียม (Ba) และพลวง(Sb) ในเขม่าปืนที่มือ (ICP-MS) ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อให้ทราบว่ามีขั้นตอนหรือระบบการตรวจวิเคราะห์วิธีการตรวจหาเขม่าดินปืนของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และนำมาสู่การพัฒนาการสอบกลับได้ของมาตรฐานวิธีตามหลักมาตรวิทยาหรือการสอบกลับได้ของการวัด (Traceability) ที่คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อนำไปสู่การหาค่ามาตรฐานในการตรวจวิเคราะห์ GSR (Gunshot Residue) เพื่อการขอรับรองหรือการขึ้นทะเบียนมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ต่อไป

             พ.ต.อ.นิติพัฒน์ กิตติรักษกุล รอง ผบก.ทว/ผู้อำนวยการแผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 กล่าวว่า แผนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของ ตร.ที่ได้รับการมอบหมายให้กำกับดูแลมีโครงการภายใต้แผนงานจำนวน 3 โครงการ คือ 1) โครงการวิจัยและพัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์ GSR (Gunshot Residue) เพื่อการรองรับมาตรฐาน ISO/IEC 17025 2) โครงการวิจัยและพัฒนาระบบความปลอดภัยชีวอนามัยและสารเคมีในห้องปฏิบัติการ และ 3) โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมวัสดุอ้างอิงทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อการรองรับภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้มีในแต่ละโครงการจะมีคณะทำงานที่จะพัฒนาให้บรรลุวัตถุประสงค์ของงบประมาณยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของ ตร. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์เขม่าปืน(GSR) ซึ่งมีความประสงค์ที่จะเข้ามาเรียนรู้องค์ความรู้จากกองพิสูจน์หลักฐานกลางว่ามีระบบการตรวจวิเคราะห์เขม่าดินปืนอย่างไร และมีเก็บตัวอย่างหรือการเตรียมตัวอย่างในการวิเคราะห์/ทดสอบแบบใด โดยตัวโครงการจะเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาวิธีการให้มีมาตรฐานในการขึ้นทะเบียนมาตรฐาน ISO/IEC 17025 มาตรฐานวิธีของหน่วยงานภายในสังกัด ตร. ต่อไป

  พร้อมกันนี้ พ.ต.ต.ภูริตพัชร์ นันทสิทธิ์อังกูร สว.กลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 วจ.สยศ.ตร./เลขานุการแผนงานพัฒนาระบบตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล คนที่ 2 ระบุว่า ในส่วนของโครงการแผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากลในปีนี้นั้น  คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ         เป็นผู้รับผิดชอบในโครงการพัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์ GSR (Gunshot Residue) เพื่อการรองรับมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ซึ่งมีความมุ่งหวังว่าภายในระยะเวลา 3 ปี เราจะได้รับการรับรองหรือขึ้นทะเบียนมาตรฐาน ISO/IEC17025 สำหรับวิธีการตรวจตรวจวิเคราะห์เขม่าดินปืนนั้น จะต้องร่วมกันบูรณาการกับหลายหน่วยงาน อาทิ คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อให้มีวิธีการพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ร่วมกัน จึงเกิดการประชุมในวันนี้ขึ้น ซึ่งในส่วนของการส่งทีมผู้ช่วยนักวิจัยเข้าไปฝึกฝนการใช้เครื่องมือและการตรวจวิเคราะห์ จะมีการแบ่งทีมผู้ช่วยนักวิจัยออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก จะเรียนรู้การใช้เครื่องมืออยู่ที่คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และอีกกลุ่มหนึ่งจะอยู่ที่หน่วยงานกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เมื่อได้วิธีการตรวจวิเคราะห์จากทั้งสองที่แล้ว จึงจะมีการนำวิธีการตรวจวิเคราะห์ไปใช้เปรียบเทียบกัน

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ธนงศักดิ์ บุญมาก นวท.(สบ 4) กอป.พฐก. ได้ให้ความเห็นว่า ในกรณีที่จะให้มีการสนับสนุนนักวิจัยเข้ามาร่วมด้วย จะต้องให้เป็นไปตามคำสั่งการของผู้บังคับบัญชา ฉะนั้นจึงขอให้มีการดำเนินตามขั้นตอนการสั่งการจากผู้บังคับบัญชาก่อน แล้วจึงจะสามารถดำเนินการในส่วนการปฏิบัติงานหรือฝึกปฏิบัติในกองพิสูจน์หลักฐานกลางต่อไปได้ นอกจากนี้ หากจะมีการศึกษาในเรื่องของการแปลผลการตรวจเขม่าดินปืน ถือเป็นเรื่องที่ต้องไตร่ตรองอย่างละเอียด เพราะการแปลผลนั้นมีความซับซ้อน ผู้ทำการแปลผลจึงต้องมีความรอบคอบและเชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการจับตัวผู้บริสุทธิ์ไปลงโทษ

               พ.ต.อ.ฉัตรชัย นันทมงคล นวท.(สบ 5) พฐก./ผู้แทน ผบก.พฐก.และประธานที่ประชุม กล่าวว่า    ขณะนี้ตนเองได้รับหมอบหมายให้เข้ามามีส่วนช่วยดูโครงการพัฒนาวิธีมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์เขม่าปืน (GSR: Gun Shot Residue) ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากลประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความชำนาญในห้องปฏิบัติการปฐมภูมิระดับสากล จากความเข้าใจที่ทางทีมผู้วิจัยมีความประสงค์จะหาวิธีการตรวจวิเคราะห์ที่เป็นมาตรฐานนั้น การแปลผลการตรวจพบเขม่าปืนของแต่ละประเทศ ก็มีการตีความแตกต่างกัน ทำให้ยังเป็นปัญหาอยู่ว่าจะสามารถใช้เกณฑ์ใดมาเป็นค่า cut-off โดยในปัจจุบันได้มีการตรวจเขม่าปืนในวัตถุพยานอื่น ๆ ประกอบร่วมด้วย เพื่อให้เป็นพยานหลักฐานประกอบความน่าเชื่อถือในการแปลผล

ด้าน พ.ต.ท.หญิง พิมพ์อร บัวจำรัส. นวท.(สบ 3) กอป.พฐก. ระบุว่า การให้กลุ่มนักวิจัยเข้ามาเรียนรู้ฝึกฝนวิธีการใช้เครื่องตรวจเขม่าดินปืนนั้น มีการใช้ระยะเวลาในการฝึกฝนไม่นาน สามารถเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องเพียง 1-2 วันก็สามารถทำได้ แต่ในเรื่องการแปลผลนั้นมีวิธีการมาตรฐานของการแปลผลอยู่แล้ว ซึ่งในงานพิสูจน์หลักฐานจะต้องมีการนำส่งผลการตรวจไปขึ้นชั้นศาล ซึ่งตรงนี้จะมีความซับซ้อนและค่อนข้างใช้เวลา มากกว่า รวมถึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ เนื่องจากต้องผู้ตรวจวิเคราะห์จำเป็นต้องให้รายละเอียดการแปลผลในชั้นอัยการร่วมด้วย

พร้อมกันนี้ ร.ต.อ.ธณัฐ ศรีวิเศษ นวท.(สบ1)กอป.พฐก. กล่าวเสริมด้วยว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การเก็บตัวอย่างหรือคราบเขม่าดินปืน จะเน้นไปที่การตรวจเก็บวัตถุบนเสื้อผ้า เพราะการเก็บเขม่าบนมือยังไม่มีมาตรฐานในการทดลองที่แน่นอน รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการสแกนผลค่อนข้างใช้เวลานาน อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงขึ้นไป จึงไม่นิยมวิธีการตรวจหาเขม่าปืนบนมือเพียงอย่างเดียว

ด้าน พ.ต.ท.ธิติ มหาเจริญ  ผศ.(สบ 3) กค.นว.รร.นรต./หัวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์ GSR (Gunshot Residue) เพื่อการรองรับมาตรฐาน ISO/IEC 17025 กล่าวต่อว่า การส่งผู้ช่วยนักวิจัยไปฝึกฝนวิธีการใช้เครื่องมือที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางนั้น อาจไม่ได้ลงรายละเอียดลึกถึงขั้นตอนการแปลผลที่ต้องมีการขึ้นชั้นศาล แต่จะเป็นการหา method หรือวิธีการที่เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ส่วนในเรื่องวิธีการการเก็บเขม่าที่มือนั้น จะมีการดูธาตุที่มีความจำเพาะ โดยไม่ปรากฎในสิ่งแวดล้อม คือ ตัวแอนติโมนี ถ้าหากมีค่าแอนติโมนีขึ้นเกินค่า cut-off นั่นแสดงว่าได้ผ่านการยิง ซึ่งทีมวิจัยจึงเกิดคำถามวิจัยว่าหากใช้วิธีการยิงซ้ำในเงื่อนไขเดียวกันและทำการวัดค่าจากเครื่องมือตรวจต่างชนิดกัน จะสามารถตอบคำถามวิจัยได้ว่าเครื่องมือตรวจนั้นมีประสิทธิภาพและนำไปใช้ได้จริงหรือไม่ ซึ่งในอนาคตหากได้วิธีการที่เป็นมาตรฐานสากลก็จะช่วยให้งานพิสูจน์หลักฐานมีความแม่นยำในการตรวจผลยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน นายวรพจน์ โปร่งมณี ผู้ช่วยนักวิจัยแผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล กล่าวเสริมถึงขั้นตอนการทดลองว่า จะมี 2 รูปแบบในการวิเคราะห์ คือ 1) การใช้เครื่อง ICP/OES ของทางคณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และ 2) การใช้เครื่องอิเล็กตรอน หรือ เครื่อง SEM ซึ่งจะมีการนำ 2 เทคนิคนำมาเปรียบเทียบกัน โดยเบื้องต้นจะมีการนำอาวุธปืนชนิด .38 มม. มาใช้ในการวิเคราะห์ และมีการจำกัดจำนวนลูกกระสุนให้มีล็อตการผลิตล็อตเดียวกัน และออกแบบให้ผู้ทำการทดสอบจะต้องเป็นบุคคลคนเดียวกันในการใช้อาวุธปืน หลังจากที่มีการลั่นอาวุธปืน 1 นัด จะมีการเก็บผลการทดลอง และแบ่งตัวอย่างสำหรับการเก็บตัวอย่างทั้ง 2 เครื่องมือ แต่ขณะนี้ยังมีปัญหาว่าหากมีการแบ่งตัวอย่างไปใช้กับอุปกรณ์อื่นจะส่งผลต่อการวิเคราะห์หรือไม่ ซึ่งควรจะดำเนินการด้วยการแยกการเก็บผลการทดลอง โดยทีมผู้วิจัยมีเป้าหมายว่าผลการทดลองในการเก็บวิเคราะห์ตัวอย่างจากเครื่อง SEM และ ICP ในการวิจัยครั้งนี้ จะช่วยให้การตรวจวิเคราะห์มีความเป็นมาตรฐาน

อย่างไรก็ตามในการหารือในวันนี้ ร.ต.อ.ปริญญา สีลานันท์ อาจารย์คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทางโรงเรียนนายร้อยตำรวจเล็งเห็นว่ากองพิสูจน์หลักฐานกลางมีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่อง ICP ทางโรงเรียนนายร้อยตำรวจจึงมีความมุ่งหวังว่า หากท้ายที่สุดผลการทดลอง สามารถนำมาซึ่งวิธีการตรวจวิเคราะห์ที่ได้ค่ามาตรฐาน ก็จะสามารถช่วยส่งเสริมให้การตรวจวิเคราะห์ มีวิธีการที่เป็นมาตรฐานและยกระดับสากลได้ อีกทั้งจะสามารถช่วยแก้ไขค่าความ error ของเครื่องมือ ทำให้การตรวจวิเคราะห์มีความละเอียดแม่นยำได้ดียิ่งขึ้น

0 ความคิดเห็น

ส่งความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.