naitos

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 278/2563 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มอบหมายให้ กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบแผนงานการพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล งบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563

เมื่อวันที่ 1 กรกฎคม ๒๕๖๓ เวลา 09.00 น. กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation) จัดประชุมหารือผลักดัน “โครงการจัดทำต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย” เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นำโดย พ.ต.อ.นิติพัฒน์ กิตติรักษกุล รอง ผบก.ทว./ผู้อำนวยการแผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล พ.ต.อ.หญิง บุศรา จงรักชอบ รอง ผบก.อก.บช.ปส. พ.ต.อ.ปฐมพร ลือเสียง ผกก.(สอบสวน) บก.ปส.1 พ.ต.ท.ถนัดกิจ ตั้งมานะสกุล รอง ผกก.(สอบสวน) บก.ปส.1 พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ปัทมะทิน ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน บช.ปส.2 พ.ต.ท.โอภาส ขวัญสมคิด รอง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน บช.ปส.2 พ.ต.อ.พงศกร อนันต์ยศสรกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ปส.๓ พ.ต.ท.สุนิตย์ พัฒนสุชัย รอง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนฯ บก.ปส.3              พ.ต.อ.สมเกียรติ จักรชุม ผกก.(สอบสวน) บก.ปส.4 พ.ต.อ.อดิศร วรโชติธนัน รอง ผกก.2 บก.ปส.4        พ.ต.ท.รัชพล พูลเกิด รอง ผกก.(สอบสวน) บก.ปส.4 พ.ต.ท.สิทธิชัย ไชยเหมวงศ์ สว.กองกำกับ/ฝ่ายกฎหมายและวินัย บช.ปส. ว่าที่ พ.ต.ท.ธนธัศ กังรวมบุตร สารวัตรฝ่ายวิชาการ ILEA Bangkok  พ.ต.ต.ภูริตพัชร์ นันทสิทธิ์อังกูร สว.กลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 วจ.สยศ.ตร. พ.ต.ต.จักรกริช เวียงสมุทร สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. พร้อมด้วย คุณธราธร รัตนนฤมิตรศร รองประธานกรรมการสถาบันอนาคนไทยศึกษา คุณประกาย ธีระวัฒนากุล ตัวแทนจาก Thailand Future อาจารย์พิมพ์ชนา ศรีบุณยพรรัฐ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นางสาวสุภัค วิรุฬหการุญ และนางสาววิภาพร อัศวพิศิษฐ์ ตัวแทนจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

          โดยการประชุมในวันนี้เป็นแผนงานวิจัยและนวัตกรรมด้วยการริเริ่ม “โครงการจัดทำต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย (Safe City)” โดยใช้กลไก Thailand Innovation Policy Accelerator หรือ TIPA ซึ่งเป็นกลไลการพัฒนานโยบายและข้อริเริ่มใหม่ ทำให้นโยบายเกิดผลและนำไปสู่การขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว และเป็นกลไกการจัดทำต้นแบบนโยบายแบบมีส่วนร่วม จึงได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อใช้ในการพัฒนาแผนงาน ซึ่งทางคณะทำงานได้ประสานขอความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในการดำเนินงานเก็บข้อมูล

พ.ต.อ.หญิง บุศรา จงรักชอบ รอง ผบก.อก.บช.ปส. ได้กล่าวต้อนรับคณะทำงานของโครงการฯ พร้อมเปิดวิดีทัศน์ของหน่วยงาน เพื่ออธิบายถึงภารกิจและขอบเขตงานของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมทั้งเรียนเชิญผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1, 2, 3 และ 4 กล่าวถึงบทบาทและหน้าที่ รวมถึงภาพรวมสถานการณ์ยาเสพติดในแต่ละเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการจัดทำโครงการต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย ซึ่งภายหลังจากการให้ข้อมูลแล้ว จะมีการพาคณะทำงานโครงการชม  ศูนย์สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด หรือ License Plate ร่วมด้วย

             ด้าน พ.ต.อ.นิติพัฒน์ กิตติรักษกุล รอง ผบก.ทว./ผู้อำนวยการแผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล กล่าวว่า ในการดำเนินการเก็บข้อมูลวันนี้ ก็เพื่อเป็นการจัดทำโครงการต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย โดยมีผู้วิจัยจากโครงการและผู้แทนเข้าร่วมสังเกตการณ์

คุณธราธร รัตนนฤมิตรศร รองประธานกรรมการสถาบันอนาคตไทยศึกษา กล่าวว่า โครงการต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย เป็นการจัดทำโครงการขึ้นระหว่าง สอวช. สถาบันอนาคตไทยศึกษา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกันจัดทำงานวิจัยเรื่องเมืองปลอดภัย โดยใช้แนวทางจากประเทศอังกฤษในการจัดทำนโยบาย ซึ่งได้มุมมองด้านความปลอดภัยที่เชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับตำรวจ โดยเฉพาะงานอาชญากรรมและความไม่ปลอดภัยในด้านอื่นๆ อาทิ โรคระบาดหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งในการลงพื้นที่หลายๆ แห่งนั้น ก็เพื่อที่จะได้สำรวจสภาพแวดล้อมและเป็นการขอความรู้จากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการป้องกันและปราบปรามเหตุอาชญากรรมในแต่ละมิติ ซึ่งงานในด้านยาเสพติดก็เป็นอาชญากรรมของเมืองในรูปแบบหนึ่ง  เบื้องต้นจึงอยากเห็นสถานการณ์และความท้าทายเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งในปัจจุบันและในอนาคต  

พ.ต.อ.ปฐมพร ลือเสียง ผกก.(สอบสวน) บก.ปส.1 ระบุว่า คดีหลักที่ทำการจับกุมและดำเนินคดีส่วนใหญ่มักเป็นผู้ค้ารายสำคัญหรือผู้ค้ารายใหญ่ ปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯส่วนใหญ่ คือพื้นที่ในชุมชนแออัด อย่างเช่น พื้นที่คลองเตย ซึ่งนโยบายของเจ้าหน้าที่คือการปราบปรามการค้าในชุมชน เพราะปัญหาในชุมชนนอกเหนือจากปัญหายาเสพติด คือปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดปัญหายาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็มีมาตรการไปกดดันผู้ค้าอยู่บ่อยครั้งในช่วงเวลาเกี่ยวเนื่องกัน โดยมีวิธีการสืบสวนหลายยุทธวิธีในการทำงานหลายบทบาทและหลายมิติ ซึ่งมีทั้งที่ได้รับความร่วมมือและไม่ได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชนบ้างแล้วแต่สถานการณ์

        ทั้งนี้ ปัญหายาเสพติดในกรุงเทพ ก็มีความต่อเนื่องกับเขตพื้นที่อื่น เพราะผู้ค้ารายใหญ่มักใช้เขตพื้นที่กรุงเทพเป็นจุดสูนย์กลางในการกระจายสินค้าไปยังแหล่งต่าง ๆ อีกทั้งผู้ค้ายาเสพติดมีทั้งรายใหญ่ รายกลาง และรายย่อย จนไปถึงผู้เสพ ซึ่งจะใช้แนวทางในการปราบปรามต่างกัน ผู้ค้ารายย่อยส่วนใหญ่เหตุผลคือการค้าเพื่อเลี้ยงปากท้อง แต่ผู้ค้ารายใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อการสร้างฐานะให้มั่นคง สำหรับรูปแบบการค้าและวิธีการผลิตก็มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นตามระบบของเทคโนโลยี มีการติดต่อผ่านรายย่อยทางโซเชียลมีเดีย ระบบการชำระเงินที่ใช้ระบบบิทคอยท์เข้ามามีส่วนช่วย ซึ่งแน่นอนว่าผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยไม่ต้องเจอหน้ากันก็ได้ เพียงทำความรู้จักกันบนเครือข่ายเน็ตเวิร์ค ก็สามารถซื้อขายกันอย่างสำเร็จ ซึ่งต้องยอมรับว่าบางครั้งการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังก้าวตามหลังอาชญากรไปกว่าครึ่งหนึ่ง

ปัจุบันมาตรการในการปราบปรามยาเสพติด มีการใช้กฎหมายหลายตัวเข้ามามีส่วนเร่งรัดจับกุม อาทิ พ.ร.บ.การฟอกเงิน กฎหมายภาษีอากร กฎหมายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่จำเป็นต้องใช้เป็นเครื่องมือและมาตรการในการจับกุม นอกจากนี้เรายังทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมศุลกากร และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อร่วมกันใช้มาตรการปราบปรามขบวนการปราบปรามยาเสพติด สำหรับการขอความร่วมมือการปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศนั้น บางประเทศก็ให้ความร่วมมือในการเร่งรัดจับกุมเป็นอย่างดี แต่ในบางประเทศมีข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน และใช้ระยะเวลาที่นานเกินกว่าจะดำเนินคดี จึงต้องแสวงหาความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อเร่งรัดจับกุมร่วมด้วย

             พ.ต.อ.พงศกร อนันต์ยศสรกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ปส.๓ กล่าวว่า สำหรับปัญหายาเสพติดในภาคเหนือนั้นมีลักษณะของการลำเรียงจากพื้นที่ชายแดนทางภาคเหนือมาสู่พื้นที่ชั้นใน โดยใช้กลวิธีมีการขับรถนำและการขับรถตาม เพื่อตรวจสอบด่านของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเมื่อเจอด่านตรวจก็จะหยุดพักในพื้นที่ภาคเหนือตอนใน ลักษณะของการขนลำส่วนใหญ่มักซุกซ่อนมากับรถขนพืชผลทางการเกษตร และมีรถนำต่ออีกทอดเพื่อเข้าสู่พื้นที่ตอนในหรือนำสู่ชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่แล้วผู้กระทำความผิดมักจะเป็นชาวเขา หรือผู้ที่ชำนาญพื้นที่ โดยเหตุแรงจูงใจในการรับจ้างขนยาเสพติดมักจะเป็นบุคคลที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่ด้อยพัฒนา  ประชาชนไม่ค่อยมีความรู้ หรือมีการหลอกล่อว่ามีค่าใช้จ่ายในการลำเรียงยาเสพติดด้วยค่าจ้างที่สูง

 โดยระยะหลังนี้ยังมีการใช้ระบบโซเชียลมีเดีย เช่น กลุ่มไลน์ในการเชิญชวนและสร้างพฤติกรรมเลียนแบบ และว่าจ้างคนในเครือข่ายมาเข้าร่วมการขนส่งยาเสพติด รวมถึงการจ้างเพื่อให้มีการเปิดบัญชีและใช้เป็นช่องทางจ่ายค่าจ้างให้กับบุคลที่มารับจ้างขนยาเสพติด เพื่อที่ในทำให้การจับกุมผู้กระทำความผิดจริงนั้นเป็นไปได้ยากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำการสอบสวนขยายผลอย่างหนัก เพราะผู้ที่อยู่ในกระบวนการมักเป็นเยาวชน ผู้ไม่มีความรู้ และหลายรายอยู่ในชุมชนที่มีการรับจ้างขนยาเสพติดเป็นทุนเดิม เมื่อเติบโตมาในสภาวะแวดล้อมเช่นนั้น ก็ต้องดำเนินกิจการตามที่ครอบครัวเคยทำมา

         พ.ต.อ.พงศกร กล่าวต่อว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องปฏิบัติภารกิจป้องกันและปราบยาเสพติดนั้น สิ่งสำคัญคือวัสดุอุปกรณ์ที่มีความทันสมัย สามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ได้ รวมถึงต้องแสวงหาความร่วมมือกับแหล่งข่าวในชุมชน เช่น ผู้นำชุมชนที่ต้องให้เข้ามามีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะในหลายครั้งกลุ่มผู้กระทำผิดมักทราบข่าวก่อนล่วงหน้า ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปตรวจค้น จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการจับกุม คือ ข้อมูลหลักฐานทางบัญชี และข้อมูลทางโทรศัพท์ ซึ่งสามารถนำไปสอบสวนขยายผลต่อ แต่ต้องยอมรับว่าการจะได้มาซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยังมีความล่าช้า ทำให้การจับกุมล่าช้าตามไปด้วย

                 ขณะที่ พ.ต.อ.สมเกียรติ จักรชุม ผกก.(สอบสวน) บก.ปส.4 ระบุว่า การทำงานของ บก.ปส.4 จะมีพื้นที่กำกับดูแลในส่วนของภาค 7 8 และ 9 ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายทางในการส่งมอบยาเสพติดไปยังภาคใต้ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน จุดเด่นในเขตพื้นที่นี้คือรูปแบบการลำเรียงยาเสพติดที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น เพราะเขาจะนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการช่วยลำเรียงยาเสพติด มีการจัดตั้งทั้งทีมขนยา กลวิธีรูปแบบการติดต่อสื่อสาร และวิธีการส่งออก ในคดีแต่ละคดีส่วนใหญ่จะเป็นการขนส่งข้ามพื้นที่ ซึ่งในทางกฎหมายนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีอำนาจนการสอบสวนเฉพาะในเขตพื้นที่ของตนเท่านั้น เมื่อมีการขนย้ายยาเสพติด จึงมีข้อจำกัดทั้งในอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึงด้านงบประมาณ ยกตัวอย่าง การลำเรียงยาเสพติดมาจากเขตพื้นที่ภาคอีสาน นำมาสู่ภาคกลาง และลงไปยังภาคใต้นั้น จะมีทีมขนลำเรียงอย่างน้อย 2 ทีมขึ้นไป ซึ่งยังไม่นับรวมทีมผู้ส่งและทีมผู้รับ ซึ่งพัฒนาการในการขนลำเรียงมักจะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ ส่วนเทคโนโลยีในการใช้นอมินีเปิดบัญชีโทรศัพท์ ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าใครเป็นผู้ค้ารายใหญ่ รวมถึงมีการว่าจ้างให้บุคคลอื่นทำ ล่าสุดยังมีการใช้ระบบ GPS ฝังอยู่ในสารเสพติดและใช้คนควบคุม ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้เลยว่าผู้ใดเป็นคนควบคุม ปัญหาใหญ่เรื่องยาเสพติดขณะนี้ จึงเกิดจากอาชญากมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการก่อเหตุอาชญากรรม ซึ่งผู้กระทำความผิดมักมีวิธีการ มีทรัพยากรในการหลีกหนีการจับกุมได้อย่างไม่จำกัด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีขีดจำกัดและขีดความสามารถในการเร่งรัดจับกุม

พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ปัทมะทิน ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน บช.ปส.2  กล่าวเสริมว่า บริบททางสังคมสามารถแยกแรงจูงใจของปัญหายาเสพติดได้ 2 บริบท คือ บริบทของชาวบ้าน มักมีเหตุผลทางด้านการทำมาหาชีพด้วยการรับจ้างลำเรียงขนสารเสพติด และในบริบทของคนเมือง ผู้กระทำผิดส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีฐานะและมีความรู้ แต่ต้องการเงินที่มาจากการค้ายาเสพติด ในการดำเนินการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่นั้น หากถามว่ามีผลกระทบหรือไม่ ตอบได้ว่ามีน้อย เพราะปลายทางของสารเสพติดส่วนใหญ่มักไปยังต่างประเทศ แต่การจับกุมผู้ค้าที่เป็นคนในชุมชนนั้น จะมีผลกระทบมากกว่า เพราะเป็นการนำเข้ามาค้าขายให้กับคนในชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา ทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ผู้ค้ารายย่อยจึงมีผลต่อความปลอดภัยของชุมชนหรือเมืองเป็นอย่างมาก ตนจึงขอเน้นย้ำว่าหากจัดทำเมืองปลอดภัยจึงควรเร่งแก้ปัญหาจากพื้นที่ในชุมชนเป็นหลัก

จากนั้นคณะผู้ดำเนินโครงการฯ ได้ร่วมหารือและแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ก่อนที่จะร่วมกันเข้าเยี่ยมชมศูนย์สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด หรือ License Plate Recognition นำโดย พล.ต.ต.บัณฑิต ทิศาภาค ผบก.สกส.บช.ปส. เป็นผู้ให้การต้อนรับคณะทำงาน พร้อมทั้งได้บรรยายถึงการใช้งานระบบการอ่านแผ่นป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ หรือ LPR ซึ่งจะมีการจับภาพขณะที่รถยนต์แล่นผ่านและเข้าสู่ระบบการตรวจวิเคราะห์ พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติรถเกี่ยวกับการก่อเหตุอาชญากรรม ซึ่งระบบนี้นอกจากจะสามารถตรวจสอบรถต้องสงสัยที่คนร้ายใช้ก่อเหตุอาชญากรรมด้านยาเสพติดแล้ว ยังสามารถใช้ตรวจสอบในคดีความผิดอื่นได้อีกด้วย

0 ความคิดเห็น

ส่งความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.