naitos

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 278/2563 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มอบหมายให้ กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบแผนงานการพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล งบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00 น. กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation) ผลักดันนโยบายนวัตกรรมสังคม “โครงการจัดทำต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย” โดยมี ดร.กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ สอวช. เป็นประธาน พร้อมด้วย, ว่าที่ พ.ต.ท.ธนธัศ กังรวมบุตร สารวัตรฝ่ายวิชาการ ILEA Bangkok สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ต.ภูริตพัชร์ นันทสิทธิ์อังกูร สว.กลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 วจ.สยศ.ตร., พ.ต.ต.จักรกริช เวียงสมุทร สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ., พ.ต.อ.ชิตพล กาญจนกิจ อจ.(สบ.๕) กลุ่มงานอาจารย์ กองบัญชาการศึกษา, พ.ต.ต.ปริยพล แสนเสน นว.(สบ 2) ผบช.ค.2, นายธราธร รัตนนฤมิตรศร รองประธานสถาบันอนาคตไทยศึกษา, นางสาวประกาย ธีระวัฒนากุล กรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา, นางสาวทรรศนวรรณ บุญมาวิจิตร ฝ่ายวิจัย สถาบันอนาคตไทยศึกษา, นายธกฤต วรรตทิศ สถาบันอนาคตไทยศึกษา, นายวรดุลย์ ตุลารักษ์ นักวิจัย, นางสาววิภาพร อัศวพิศิษฐ์ ผู้เชี่ยวชำญนโยบาย สอวช. และผู้เข้าร่วมประชุมผ่านทางโปรแกรม zoom เข้าร่วมการประชุมในวันนี้

โดยการประชุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดประชุมครั้งที่ 5 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ที่ช่วยกันจัดตั้งโครงการเมืองปลอดภัยขึ้น เนื่องจากจากการสำรวจดัชนีเมืองปลอดภัยที่สุดในโลก พบว่า เมืองโตเกียวนั้นเป็นอันดับที่หนึ่งซึ่งได้ถูกวัดผลว่าเป็นเมืองปลอดภัยที่สุดในโลก ในขณะที่กรุงเทพมหานครอยู่ในอันดับที่ 47 จาก 50 ประเทศที่ทำการวัดผล และความปลอดภัยของประเทศต่าง ๆ มีวิธีการที่ทันสมัยที่มาช่วยให้เป็นสังคม 5.0 มีการส่งเสริมให้ช่วยตัวเอง ช่วยซึ่งเหลือกันและกันทั้งประชาชนและตำรวจ บูรณาการเทคโนโลยียุคใหม่ต่าง ๆ มาใช้เพื่อเกิดความปลอดภัยของสาธารณะ ซึ่งการประชุมครั้งที่ผ่านมาได้มีการระดมความคิดเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยของเรากำลังเป็นเมืองในรูปแบบใด และในอนาคตเราอยากที่จะเป็นเมืองแบบใด โดยได้มีการออกแบบชาร์ตเป็นประเภทเมืองที่มีขีดความสามารถต่ำ และเมืองที่มีขีดความสามารถสูง นำไปสู่การออกแบบเมืองได้ทั้ง 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) เมืองดงโจร 2) เมืองเอไอซิตี้ 3) เมืองที่คนตกท่อ และ 4) เมืองชิลบุรี และสำหรับการประชุมในวันนี้จะมีการทำความเข้าใจและนำเสนอความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับวิธีการทำให้เมืองปลอดภัยให้เทียบกับต่างประเทศ สามารถนำแนวทางวิธีการของต่างประเทศมาปรับใช้กับประเทศไทยได้อย่างไร ระดมความคิดจากคณะที่ประชุมเพื่อให้ได้ข้อมูลในประเด็นการที่จะทำเมืองปลอดภัยให้เทียบเท่าต่างประเทศที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

นายธราธร รัตนนฤมิตรศร รองประธานสถาบันอนาคตไทยศึกษา กล่าวว่า ความท้าทายของเมืองปลอดภัยในอนาคตมีทั้งหมด 4 ด้าน 1) ความไม่ปลอดภัยจากอุบัติเหตุจราจร 2) ความไม่ปลอดภัยจากอาชญากรรมและอาชญากรรมไซเบอร์ 3) ความไปลอดภัยต่อสุขภาพ จากคุณภาพอากาศและโรคระบาด ซึ่งมี มีมากกว่าอาชญากรรม 4) ความไม่ปลอดภัยจากภัยภิบัติธรรมชาติ และเพื่อให้ความปลอดภัยทั้งหมดนี้ได้เทียบเท่ากับต่างประเทศได้จึงได้นำ Top Innovation for Policing ที่สำคัญทั้ง 5 ด้านของต่างประเทศมานำเสนอให้ปรับใช้ให้เข้ากับประเทศไทย ดังนี้ 1) Distributed Sensiing & Virtual Patols คือนำสมาร์ทเซ็นเซอร์ เพื่อล็อคแผนที่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่สามารถไปช่วยได้ถูกที่ ถูกเวลา 2) Tech as Partners in the Field คือการทำเทคโนโลยี นำมาช่วยในการดูแลความปลอดภัยซึ่งเป็นเครื่องมือขนาดเล็ก และทำให้เห็นข้อมูลมากขึ้น เช่น หาทางอออกจากตึก เห็น crime history สแกนพื้นที่และดูระบบวิดีโอ ของสถานที่จริง 3) AI and Predictive Policing ซึ่งต่างประเทศได้นำมาใช้ในการติดตามผลต่าง ๆ ใช้ AI วิเคราะห์ CCTV และวิเคราะห์เอกสารจำนวนมากเพื่อแก้ไขคดีที่คั่งค้าง ช่วยให้การทำงานงานรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 4) Evideence-Based Policing การใช้ด้านนี้ทำให้ทราบว่ามาตรการใดมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด สามารถวิจัยกลยุทธ์ต่าง ๆ ได้ว่ากลยุทธ์ใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด 5) New odes of Community Involvement เป็นการทำงานร่วมกับประชาชน มีแอพพลิเคชั่นสำหรับแจ้ง Graffiti หรือของที่น่าสงสัย นอกจากนนี้ยังเป็น Social Media ที่เข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างและรวดเร็ว ดังนั้นวิธีการที่จะช่วยให้การเป็นเมืองที่ปลอดภัยนั้นต้องมี 4 Key Domains คือ 1) Smart Tech for Safe City หรือต้นแบบนโยบายเทคโนโลยีสร้างเมืองปลอดภัยอัจฉริยะ 2) Community Engaaemement หรือต้นแบบนโยบายการมีส่วนร่วมเพื่อดูแลความปลอดภัย 3) Future of Police Station หรือต้นแบบนโยบายสถานีตำรวจแห่งอนาคต 4) Citizen Safety Literacy หรือต้นแบบนโยบายสร้างทักษะด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่

ด้านดร.กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ สอวช. ประธานในที่ประชุมเสนอว่า ใน Key Domains ที่ 2 เรื่อง Community Engaaemement ต้องมีความเข้าใจพื้นฐานภายในของประชาชนว่าต้องการอะไร หากเจอปัญหาที่แท้จริงของประชาชนจะสามารถแก้ไขได้จากต้นตอของปัญหาทันทีเพื่อจะไม่มีปัญหานี้อีกในอนาคต และอาจจะแก้ไขปัญหาได้อีกหลายประเด็นที่จะตามมา นอกจากนี้ต้องร่วมกันคิดว่ามีวิธีการอย่างไรให้เข้าถึงประชาชน รู้พฤติกรรมของประชาชน และควรเก็บข้อมูล Big Data ซึ่งคิดว่าทั้ง 4 Key Domains มีความสมดุลกันดี อีกได้หลายมิติทั้ง มิติทางสังคม มิติทางเทคโนโลยี

พ.ต.อ.ชิตพล กาญจนกิจ อจ.(สบ.๕) กลุ่มงานอาจารย์ กองบัญชาการศึกษา กล่าวเสริมว่า มีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องที่รองประธานสถาบันอนาคตไทยศึกษากล่าว ด้วยสายงานตำรวจมี 5 สายงานหลัก ในแต่ละสถานีตำรวจงานที่ควบคุมทั้ง 5 สายงานจะชี้ว่างานความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพสินของประชาชนจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้กำกับหรือ CEO ดังนั้นหากผู้กำกับมีความสามมารถสูง สามารถขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ จะทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจนเกิดการกระตุ้นให้ประชาชนได้ระมัดระวังตัวเอง และขอเสริมเพิ่มเติมว่าในประเทศไทยมีพื้นที่ทุติยภูมิอยู่ ต้องมีการป้องกันหรือสร้างความปลอดภัยทางดิ่งด้วย ซึ่งมี Layer การป้องการอาชญากรรมกว้าง ๆ เป็น 3 Layer คือ 1) business 2) residence 3) ชุมชน, สลัม, หมู่บ้าน ฉะนั้นจะต้องมีแนวทางการป้องกันแต่ละ Layer ที่แตกต่างกัน และ 4 Key Domains นั้นมีบาง Key Domains ที่ปัจจุบันนี้ทางตำราจทำอยู่ แต่เราสามารถนำแนวคิดที่มีอยู่แล้วมาใช้ประโยชน์ต่อยอดต่อไปอย่างไร นอกจากนี้ทางตำรวจและประชาชนต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน สร้างให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น

พ.ต.ต.ภูริตพัชร์ นันทสิทธิ์อังกูร สว.กลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 3 วจ.สยศ.ตร. กล่าวว่า เห็นด้วยกับคำกล่าวของพ.ต.อ.ชิตพล กาญจนกิจ อจ.(สบ.๕) กลุ่มงานอาจารย์ กองบัญชาการศึกษา เนื่องจากงานสรุปกองกลางของต่างประเทศมีแนวทาง 2 ประเด็นคือ 1) การหันหลังให้อาชญากรรม คือตำรวจกลับมาใช้วิทยาศาสตร์ในการบริหารจัดการ 2) Public-Private Partnership ดังนั้นผู้กำกับจึงมีความสำคัญอย่างมากในการบริหารจัดการ จึงนำไปสู่การคัดเลือกหรือการแต่งตั้ง หากระบบแต่งตั้งผู้นำที่มีคุณภาพจะสามารถนำองค์กรไปสู่สิ่งที่ประชาชนต้องการได้  เช่น หากมีการแต่งตั้งสายบริหารงานต่าง ๆ จะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยดดยการโหวต เป็นต้น นอกจากนี้ Domains ที่จะเกิดขึ้นจริงได้ในอนาคตต้องมีการระดมความคิดกับทุกท่านให้เลือก Key Domains แต่ละ Key Domains ที่อยากให้เลือกและเป็นการเอื้อต่อประชาชนด้วยคือเรื่องความปลอดภัยที่เป็น Smart Tech ซึ่งหากได้นโยบายในโครงการเมืองปลอดภัยแล้ว จะเรียนเชิญ พล.ต.ท. ปิยะ อุทาโย มาผลักดันนโยบาย เนื่องจากท่านเคยได้ทำโครงการที่คล้าย ๆ กันและเกิดผลสำเร็จมากพอสมควร อีกทั้งมีความชำนาญเฉพาะทาง และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การสื่อสาร เนื่องจากความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อตำรวจมีน้อยมาก ดังนั้นทางตำรวจจึงต้องขับเคลื่อนด้วยคำว่า “ประเทศเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม”

ว่าที่ พ.ต.ท.ธนธัศ กังรวมบุตร สารวัตรฝ่ายวิชาการ ILEA Bangkok สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับ Community Engagement คือเรื่องของการมีส่วนร่วมเพื่อดูแลความปลอดภัย สิ่งที่ตำรวจต้องทำคือ Big 6 ซึ่งคำสำคัญของ Big 6 คือ 1) การเข้าไปคุยกับเข้าไปคุยกับชุมชน คุยกันในปัญหาต่าง ๆ ถามเสียงในชุมชนหารือร่วมกัน เมื่อมีปัญหาต่าง ๆ ประชาชนมีส่วนในการทำให้งานของตำรวจสำเร็จได้ 2) ข้าราชการทุกหน่วยงานมีส่วนร่วมด้วย 3) การศึกษา เช่น ครู อาจารย์ บุคลากรทางก้านการศึกษา 4) ศาสนา 5) สื่อมวลชนทุกแขนง 6) องค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐ และรู้จักกันในอีกหลากหลายชื่อ เช่น องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร องค์กรสาธารณะประโยชน์ (NGO) และเอกชน ซึ่งเมื่อประชาชนเกิดปัญหาจะต้องนำ Big 6 มาคุยปรึกษาหารือกับประชาชนอย่างเปิดใจ จะทำให้ความเสี่ยงของปัญหานั้น ๆ ลดลง ต้องรับฟังประชาชน ชุมชน ไม่ใช่ถามอย่างเดียว สุดท้ายข้อสรุปของการทำงานมาจากประชาชน

ด้านนางสาวทรรศนวรรณ บุญมาวิจิตรฝ่ายวิจัย สถาบันอนาคตไทยศึกษา กล่าวว่า ความคาดหวังของประชาชนคือการที่ประชาชนเห็นภาพตำรวจว่ามีหน้าที่ดูแลประชาชนด้านความปลอดภัย แต่ประชาชนอาจไม่ได้มองในมุมมองของการดูแลตัวเองให้ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เมื่อได้ลงพื้นที่ให้ได้เข้าใจในมุมของการทำงานของตำรวจมากขึ้น แต่อยากให้มีการสื่อสารกับประชาชนว่าทำพฤติกรรมใดถึงจะไม่ปลอดภัย ทำพฤติกรรมใดถึงจะปลอดภัย เพื่อเป็นแนวทางในการระมัดระวังตัวเองจะทำให้ตัวเองปลอดภัยได้ระดับหนึ่ง และเป็นการให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งต้องมาระดมความคิดร่วมกันว่าจะทำอย่างไรให้ตำรวจกับประชาชนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้วจะส่งผลทำให้ลดช่องว่างระหว่างกันได้มากขึ้น

ลำดับต่อมาทางที่ประชุมได้ระดมความคิดสร้างสรรค์ในประเด็นการการออกแบบบต้นแบบนวัตกรรมเชิงนโยบายของภาครัฐ โดยมีการคิดและเขียนนำเสนอความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับการสร้างความปลอดภัยให้เมือง Five Craxy Ideas Challenge ท่านละ 3 ไอเดียต่อ 1 Domains ซึ่งมีทั้งหมด 4 Domains คือ 1) Smart Tech for Safe City 2) Community Engaaemement    3) Future of Police Station 4) Citizen Safety Literacy แล้วนำมาร่วมกันแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูลเพิ่มเติมและจัดลำดับไอเดียของแต่ละท่านตามคะแนนโหวตก่อนจะนำแนวความคิดใหม่นี้มาช่วยกันพัฒนาในไอเดียการ์ดครั้งถัดไป

0 ความคิดเห็น

ส่งความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.