naitos

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 278/2563 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มอบหมายให้ กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบแผนงานการพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล งบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563

เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation) จัดประชุมหารือผลักดัน “โครงการจัดทำต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย” เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร ณ ห้องประชุม รังสิพราหมณกุล กองบังคับการตำรวจจราจร นำโดย พ.ต.อ.นิติพัฒน์ กิตติรักษกุล รอง ผบก.ทว./ผู้อำนวยการแผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล, พ.ต.อ. ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผกก. จร., ร.ต.อ.เดชา แต่แดงเพ็ชร์ รอง สว. งานตรวจพิสูจน์มลภาวะ กก. ๕ บก.จร., ร.ต.อ. ภาวภณ เดชพงษ์ รอง สว. งานตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ กก. ๕ บก.จร. พร้อมด้วย คุณธราธร รัตนนฤมิตรศร, คุณประกาย ธีระวัฒนากุล ตัวแทนจาก Thailand Future

          โดยการประชุมในวันนี้เป็นแผนงานวิจัยและนวัตกรรมด้วยการริเริ่ม “โครงการจัดทำต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย (Safe City) โดยใช้กลไก Thailand Innovation Policy Accelerator หรือ TIPA ซึ่งเป็นกลไลการพัฒนานโยบายและข้อริเริ่มใหม่ ทำให้นโยบายเกิดผลและนำไปสู่การขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว และเป็นกลไกการจัดทำต้นแบบนโยบายแบบมีส่วนร่วม จึงได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อใช้ในการพัฒนาแผนงาน ซึ่งทางคณะทำงานได้ประสานขอความร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจจราจรในการดำเนินการเก็บข้อมูล

พ.ต.อ. ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผกก. จร. กล่าวต้อนรับคณะทีมวิจัยพร้อมทั้งอธิบายถึงขอบเขตงานของกองบังคับการตำรวจจราจร ก็คือการบริหารจัดการและเป็นศูนย์สั่งการการจราจรในภาพรวมของกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และทางหลวง นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถแจ้งเหตุ ปัญหาการจราจรทั้งหมด ผ่านทางสายด่วน 1197 และยังมีแอปพลิเคชัน M Help Me สำหรับดูการจราจร แจ้งอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย

                    ทั้งนี้ พ.ต.อ. ภพธร จิตต์หมั่น ยังได้กล่าวถึงสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุว่ามีด้วยกัน 3 ปัจจัยหลัก คือ คน ถนน และ รถ โดย คน คือผู้ขับขี่ ขาดการรักษาวินัยจราจร ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไม่รู้ข้อกฎหมายในการใช้รถใช้ถนน ความประมาท และไม่ตระหนักถึงกฎวินัยจราจร ประชาชนมองว่าอุบัติอุบัติเหตุไม่ใช่ภัยใกล้ตัว ไม่ใช่เรื่องสาธารณะที่ทุกคนต้องรับผิดชอบ ต้องให้ตระหนักว่าอุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องปัจเจก เมื่อเกิดแล้วก็ส่งผลกระทบต่อคนอื่นเช่นกัน

                ขณะที่เรื่องรถ ปัญหาส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๐-๙๐ เกิดกับรถจักรยานยนต์ เพราะไม่สวมหมวกนิรภัย ทั้ง ๆ ที่มีกฎหมายออกมานานแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากเจ้าพนักงานไม่สามารถบังคับใช้กม.ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะแก้กฎหมายพ.ร.บ. จราจรทางบก ไม่ให้ยึดใบขับขี่ ทำให้ประชาชน ไม่มาชำระค่าปรับ และไม่มีบทลงโทษ ส่วนบทลงโทษอื่น ๆ การตัดคะแนนความประพฤติ และอายัติทะเบียนกับทางกรมการขนส่ง ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินงาน ส่วนเรื่องถนน เนื่องจากกรุงเทพไม่ได้มีการวางผังเมืองอย่างเป็นระบบ ทำให้ต้องใช้การแก้ปัญหาเฉพาะจุด โดยการใช้การสอบสวนจุดเกิดอุบัติเหตุว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เช่น ไม่มีสัญญาณไฟ ไฟถนนชำรุด หรือถนนมีปัญหา

ร.ต.อ.เดชา แต่แดงเพ็ชร์ รอง สว. งานตรวจพิสูจน์มลภาวะ กก. ๕ บก.จร. ได้นำเสนอข้อมูลในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจจับค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ด้วยเครื่องวัดควันดำ ระบบทึบแสง (Diesel Opacity Meter) โดยระบุว่าในปัจจุบันมีจุดตรวจ ๑๗ จุดรอบปริมณฑล และกรุงเทพชั้นกลาง ซึ่งจะตรวจรถยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก เนื่องจากน้ำมันดีเซลเมื่อเผาไหม้แล้วจะเกิดควันและฝุ่นละอองที่เป็นพิษกว่า ๔๐ ชนิด ส่วนใหญ่จะพบในรถแต่ง รถบรรทุก และรถเก่า ซึ่งจะแจ้งข้อหาและออกใบสั่งให้แก่รถที่มีค่ากลุ่มควันเกินร้อยละ ๔๕ ในปีที่แล้วได้ดำเนินการแจ้งจับไปกว่า ๑๔๐,๐๐๐ ราย และในระยะ ๕ เดือนแรกของปีนี้สามารถจับได้กว่า ๔๙,๐๐๐ ราย สำหรับเครื่องวัดควันดำนี้จะต้องทำการสอบเทียบกับสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติว่าเครื่องได้มาตรฐาน และทำงานบูรณาการร่วมกับกรุงเทพมหาคร กรมควบคุมมลพิษและเทศกิจ

               อย่างไรก็ตามแม้จะออกใบสั่ง แต่ก็จะบอกวิธีแก้ปัญหาด้วย เพื่อที่จะได้ไม่ถูกจับอีก ด้วยการล้างท่อ เป่ากรอง ดูน้ำมันเครื่อง นอกจากใบสั่งให้เสียค่าปรับแล้ว ยังมีการติดสติ๊กเกอร์คำสั่งห้ามใช้รถชั่วคราว โดยรถคันดังกล่าวจะต้องนำรถไปแก้ไขให้เรียบร้อยภายใน ๓๐ วัน

ด้าน ร.ต.อ. ภาวภณ เดชพงษ์ รอง สว. งานตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ กก. ๕ บก.จร. ได้กล่าวถึงปัญหาด้านสุขภาพของตำรวจจราจร โดยระบุว่า ปรกติแล้วมีการตรวจสุขภาพปีละ ๒ ครั้ง และเน้นย้ำกับผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอให้สวมใส่หน้ากากอนามัย และถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ให้ไปพบแพทย์ อย่ามุ่งหวังแต่การจับ ถ้าไปจับแล้วเราไม่ปลอดภัยมันไม่คุ้ม อยากให้ได้กลับบ้านไปพบครอบครัวมากกว่า โดยโรคที่มักพบในตำรวจจราจรคือ โรคเกี่ยวกับหู เช่น หูตึง และโรคเกี่ยวกับปอด พบประมาณร้อยละ ๓๐ นอกจากนี้ยังมีตำรวจจราจรเสียชีวิตเพราะประชาชนขับรถชนตำรวจอีกด้วย

ในโอกาสทางคณะผู้วิจัยยังได้เข้าเยี่ยมชม ศูนย์ควบคุมสั่งการและแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งสามารถมองเห็นการจราจรได้อย่างครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพและปริมณฑล เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือการจราจรติดขัด ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่นั้น ๆ ในทันทีเพื่อแก้ปัญหา นอกจากนี้ภายในศูนย์เป็นที่ตั้งของที่ทำการสายด่วน 1197 ที่รับแจ้งปัญหาการจราจรในทุกพื้นที่ และแอปพลิเคชัน M Help Me อีกด้วย

0 ความคิดเห็น

ส่งความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.