naitos

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 278/2563 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มอบหมายให้ กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้รับผิดชอบแผนงานการพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล งบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00 น. กองวิจัย สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation) ลงพื้นที่     ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจนครบาลบางรัก เดินหน้าผลักดัน “โครงการจัดทำต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย” เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยการประชุมหารือวันนี้ นำโดย พ.ต.อ.นิติพัฒน์ กิตติรักษกุล รอง ผบก.ทว./ผู้อำนวยการแผนงานพัฒนาระบบงานตำรวจไทยสู่มาตรฐานสากล, พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก, พ.ต.ท.สาโรจน์ เพ็ญสูตร์ รอง ผกก.ป.สน.บางรัก, พ.ต.ท.สาธิต สอนชา รอง ผกก.สส.สน.บางรัก, พ.ต.ต.เสกสิน สีมาพลสกุล สว.(สอบสวน) สน.บางรัก พร้อมด้วย คุณวิภาพร อัศวพิศิษฐ์, คุณปรินันท์ วรรณสว่าง ตัวแทนจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.), คุณธราธร รัตนนฤมิตรศร, คุณประกาย ธีระวัฒนากุล, คุณวรดุลย์ ตุลารักษ์ ตัวแทนจากมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา, คุณธกฤ อรรถาพิช ตัวแทนจาก Thailand Future และ ดร.พิมพ์ชนา ศรีบุณยพรรัฐ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

โดยการประชุมในวันนี้เป็นแผนงานวิจัยและนวัตกรรมด้วยการริเริ่ม “โครงการจัดทำต้นแบบนโยบายเมืองปลอดภัย (Safe City) โดยใช้กลไก Thailand Innovation Policy Accelerator หรือ TIPA ซึ่งเป็นกลไลการพัฒนานโยบายและข้อริเริ่มใหม่ ทำให้นโยบายเกิดผลและนำไปสู่การขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว และเป็นกลไกการจัดทำต้นแบบนโยบายแบบมีส่วนร่วม จึงได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อใช้ในการพัฒนาแผนงาน ซึ่งทางคณะทำงานได้ประสานขอความร่วมมือกับสถานีตำรวจนครบาลบางรักในการดำเนินการเก็บข้อมูล

          ทั้งนี้ สถานีตำรวจนครบาลบางรักนั้นมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ และเป็นแหล่งชุมชนของชาวต่างชาติที่มาอาศัย ทำให้สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งธุรกิจการค้า สถาบันการเงิน การธนาคาร และเครื่องประดับเพชรพลอย ร้านจำหน่ายวัตถุโบราณ และแหล่งบันเทิงเริงรมย์ต่าง ๆ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเข้ามาติดต่อธุรกิจการค้า และใช้บริการการสถานบันเทิง โดย สน.บางรัก มีเขตพื้นที่รับผิดชอบ 2.84 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการตรวจเป็นจำนวน 4 เขต ได้แก่ เขตตรวจที่ 1 แขวงสุริยวงศ์-สี่พระยา, เขตตรวจที่ 2 แขวงสุริยวงศ์-บางรัก, เขตตรวจที่ 3 แขวงสี่พระยา-บางรัก และ  เขตตรวจที่ 4                        แขวงมหาพฤฒาราม-บางรัก สำหรับคดีทางด้านอาชญากรรมในเขตพื้นที่ สามารถแบ่งสถิติคดีอาญาได้ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย เพศ, กลุ่มที่ 2 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์, กลุ่มที่ 3 ความผิดพิเศษ และ กลุ่มที่ 4 ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ซึ่งพบว่าในกลุ่มที่ 4 เป็นคดีที่พบมากกว่าในกลุ่มอื่น โดยเฉพาะเรื่องคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งพบในลักษณะเสพยาเสพติด และ มียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่ายหรือครอบครอง

อย่างไรก็ตาม ทางสถานีตำรวจนครบาลบางรัก ได้มีหลักการบริหารงานป้องกันด้านอาชญากรรม โดยมีหลักปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก 5 ประการ ได้แก่  Equipment อุปกรณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ต้องครบครัน, Tactics  ยุทธิวิธีตำรวจในการวางแผนจับกุม, Safety  คำนึงถึงความปลอดภัยขณะปฏิบัติหน้าที่, Technology การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อรับแจ้งเหตุ และ Health & Happy สุขภาพและความสุขของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งนอกจากจะให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานแล้ว เจ้าหน้าที่จะต้องมีการทำงานร่วมกับชุมชนด้วยการจัดตั้งอาสาสมัครตำรวจบ้าน ซึ่งในพื้นที่สน.บางรัก มีอาสาสมัครตำรวจบ้าน จำนวน 10 นาย คอยทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในชุมชน และอาศัยความชำนาญด้านพื้นที่ เข้าถึงผู้คนในชุมชนได้ดี ส่งผลให้ประชาชนในชุมชนบางรัก มีความเชื่อใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

            สน.บางรัก ยังมีการนำเทคโนโลยีทั้งการดำเนินงานติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดบอด และสำรวจไลน์ของกล้องวงจรปิด เพื่อวางระบบ Safety Zone ทั้งยังมีการใช้แอปพลิเคชั่น Police I lert u และ M-Help Me เข้ามามีส่วนช่วยในการประสานแจ้งเหตุจากภาคประชาชน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือเหตุด่วนเหตุร้ายได้ทันท่วงที สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ว่า “เหตุเกิดต้องจับได้” การที่เจ้าหน้าที่เร่งรัดจับกุมคนร้ายมาได้ จะสร้างความยับยั้งชั่งใจให้อาชญากรไม่กล้ากระทำความผิด และหากกระทำความผิดจะต้องได้รับการลงโทษทันที

พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก กล่าวว่า การได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนได้ช่วยให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่การจะได้มาซึ่งความร่วมมือจากภาคประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีความกวดขันในการปฏิบัติหน้าที่ มีการจัดเวรสายตรวจลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีการออกตรวจเยี่ยมและพูดคุยกับผู้นำชุมชน เพื่อให้ได้ทราบว่าประชาชนในพื้นที่ ใครทำงานอะไร มีความเดือดร้อนอย่างไร หรือมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยในเรื่องใดบ้าง เพื่อหาแนวทางป้องกันเหตุ อีกทั้งยังมีการแสวงหาความร่วมมือกับเจ้าของกิจการสถานบันเทิง เพื่อชี้แจงข้อกฎหมายต่างๆ และขอความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจให้มีความถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ตนเองยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ อย่างแอปพลิเคชั่น Police I lert u ก็มีความสะดวกในการสื่อสารระหว่างประชาชนกับตำรวจ เช่น การพิมพ์ข้อความและแชร์โลเคชั่น ซึ่งตนคิดว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างในประเทศเกาหลีใต้ที่มีการนำระบบ AI มาใช้ร่วมกับกล้องวงจรปิด เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน กล้องวงจรปิดก็จะส่งสัญญาณเตือนมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไประงับเหตุได้ทันท่วงที

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ธนงศักดิ์ บุญมาก นวท.(สบ 4) กอป.พฐก.​ ผู้แทน ผบก.พฐก. กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องของการบริหารในส่วนของงานวิจัย ซึ่งมีนักวิจัยทั้งในระดับปริญญาโท และปริญญาเอกก็เพื่อช่วยสนับสนุนความเชี่ยวชาญทำให้เล็งเห็นขีดความสามารถในการสร้างมาตรฐานงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ในมิติของหน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน และการสร้างสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่นๆ โดยเฉพาะกองพิสูจน์หลักฐานกลาง มีแนวทางการพัฒนาไปสู่การรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และจะมีประโยชน์อย่างยิ่ง ในการสร้างความเชื่อมั่นของรูปคดี รวมถึงสร้างวิธีการตรวจที่เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ได้พาคณะทำงานตรวจเยี่ยมชมสถานที่ในแต่ละฝ่าย เพื่อให้ทางคณะทำงานได้สอบถามและเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับการพัฒนาโครงการเมืองปลอดภัย

0 ความคิดเห็น

ส่งความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.